เสร็จสิ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มีหลายสิ่งหลายอย่างให้คนไทยได้เรียนรู้ศึกษา และเก็บเกี่ยวมาเป็นแบบอย่าง สำหรับการพัฒนาการเลือกตั้งในประเทศไทย ที่สำคัญคือเป็นแบบอย่างในการยกระดับจิตใจและสปิริตทางการเมืองของผู้คนในชาติ ให้ยอมรับคำว่า แพ้ และเข้าใจในคำว่า ชนะเหนือคู่แข่ง
อเมริกามีเรื่องชั่วร้ายมากมาย แต่ส่วนดีมีอยู่เยอะ อย่างน้อยก็คุณภาพของพลเมือง ที่โดยเฉลี่ยเหนือกว่าพลเมืองของไทย จะเห็นได้ว่าเลือกตั้งของสหรัฐทุกระดับไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเป็นพิเศษ รู้หน้าที่ของตัวเอง เนื่องจากการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างสูง
อเมริกามีเรื่องชั่วร้ายมากมาย แต่ส่วนดีมีอยู่เยอะ อย่างน้อยก็คุณภาพของพลเมือง ที่โดยเฉลี่ยเหนือกว่าพลเมืองของไทย จะเห็นได้ว่าเลือกตั้งของสหรัฐทุกระดับไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพราะประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งเป็นพิเศษ รู้หน้าที่ของตัวเอง เนื่องจากการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างสูง
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคราวนี้ คนไทยเก็บเกี่ยวอะไรได้บ้าง นอกจากสมใจที่ โอบามา จากเดโมแครต ชนะ หรือเสียใจที่ มิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน พ่ายแพ้ เหมือนที่คนไทยชอบลุ้นฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปพร้อมๆ กับการได้เสียพนัน
ปัญหาประชาธิปไตยของไทยที่แก้กันไม่จบสิ้นคือการซื้อสิทธิ์ขายเสียง เลือกตั้งทุกระดับในปัจจุบัน มีการซื้อขายที่หนักหน่วงขึ้นทุกวัน เชื่อหรือไม่ เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านบางแห่ง อบต.บางเขต ซื้อกันดุเดือดหัวละ 5- 6 พันบาท มันเป็นความจริงที่ประชาชนส่วนใหญ่รู้ดี ซ้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ในฐานะผู้ร่วมก่อปัญหา แต่ไม่มีใครคิดที่จะแก้ไขกันอย่างจริงจัง
เชื่อว่าคนไทยแทบทั้งหมดอิจฉากับการเลือกตั้งประธานาธิบดี
สหรัฐอเมริกา ที่ไม่มีการพูดถึงการซื้อขายเสียงเลย และก็เชื่อเช่นเดียวกันว่า หากการเลือกตั้งประเทศไทยเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยจะพัฒนาในทุกด้านจนฉุดไม่อยู่ เพียงแต่ทั้งหมดเป็นเพียงความคิด คิดกันมาโดยไม่มีการลงมือปฏิบัติ หนำซ้ำเมื่อถึงฤดูกาลซื้อขายเสียงก็กลับลืมเสียสิ้น
การซื้อสิทธิ์ขายเสียงนำมาซึ่งความชั่วร้ายทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมมากมายกว่าที่คนไทยจะคำนึงถึง เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยคิดเพียงว่าจะเป็นไรไปแค่รับเงินมาแล้วกาคะแนนให้ แต่ไม่ได้คิดต่อว่าแล้วหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น
การคอรัปชั่นอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ตั้งแต่การบริหารส่วนท้องถิ่น อบต., อบจ. จนไปถึงการบริหารราชการแผ่นดินระดับชาติคือรัฐบาล มีการรุมทึ้งงบประมาณกันมหาศาล ทุกโครงการล้วนมีการหักเปอร์เซ็นต์ มีการคอรัปชั่นกันหลากหลายรูปแบบ นั่นคือการถอนทุนคืนที่ประชาชนคนไทยรู้ดีกันอยู่แล้ว แต่เราละเลยเพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว
ช่วงหลังมานี้ความรุนแรงของการคอรัปชั่นหนักหน่วงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ยอมรับการคอรัปชั่น แต่ขอให้ตัวเองต้องได้ประโยชน์จากการคอรัปชั่นนั้นด้วย กลายเป็นงูกินหาง ก็ต้องย้อนกลับไปที่การเลือกตั้ง เพราะนั่นเป็นต้นทางของการคอรัปชั่น เมื่อประชาชนร่วมมือเสียตั้งแต่แรก จึงหลีกหนีไม่พ้นที่นักการเมืองจะต้องโกงกินเพื่อถอนทุนคืน
หากจะยึดการเลือกตั้งในอเมริกาเป็นแบบอย่าง สิ่งแรกที่คนไทยต้องปรับเปลี่ยนคือ เลิกเห็นแก่ได้กับผลประโยชน์ที่ได้รับแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแต่จะทำให้ชาติล่มสลายให้ได้เสียก่อน ความยากจนไม่ใช่ข้ออ้างในการรับเงิน ขายเสียงให้นักการเมือง แต่ควรพลิกวิฤกติใช้ความยากจนเป็นอำนาจต่อรองให้นักการเมืองหันกลับมาให้ความสำคัญ แล้วยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน แลกกับการให้ความไว้วางใจ
เรื่องแบบนี้คนไทยคนเดียวทำไม่ได้ แต่ต้องคิดและลงมือทำกันทั้งสังคม ถึงจะมองเป็นเรื่องยาก แต่ก็ต้องมีการเริ่มต้น ในเมื่อสังคมอเมริกันทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้ว ทำไมสังคมไทยจะเดินตามบ้างไม่ได้ แล้วจะเริ่มต้นกันอย่างไร นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะหากไม่มีกุญแจไข ก็มิอาจผ่านประตูเข้าไปได้
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะสร้างประชาชนให้มีคุณภาพ แต่จนถึงบัดนี้เรายังขาดการศึกษาที่มีคุณภาพ นับแต่การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นกำหนดหลักสูตรการศึกษาเอง พบว่า ท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำเรื่องพวกนี้ กลายเป็นว่าท้องถิ่นที่มาจากการซื้อเสียงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำหนดหลักสูตรการศึกษา เมื่อกลับไปให้นักการเมืองเป็นฝ่ายเริ่ม ก็ย้อนกลับมาที่เดิมคือคอรัปชั่น
ความคิดในการกระจายอำนาจนั้นดีแล้ว แต่ที่นี่คือประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยการคอรัปชั่น การซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ทางออกในการแก้ไขปัญหาจึงตีบตัน เว้นแต่ประชาชนจะลดความเห็นแก่ได้ลง เท่านั้นจริงๆ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น